789

Les Amis ร้านมิชลินที่เป็นมิตรกับคนโสด (><)

(รีวิว http://www.nidajapapai.com) วันนี้นิดาจะพาไปทานอาหารฝรั่งเศส 2 ดาวมิชลินในปี 2016 และอันดับที่ 12 ของเอเชีย จากเวบ The World’s 50 Best Restaurant 2016 “Les Amis” ซึ่งเป็นร้านต้นกำเนิด ทำให้เกิด Les Amis Group แตกธุรกิจอาหารออกไปอีก 14 แบรนด์ (นิดากินไปเเค่ 2 ร้านเอง ถ้ามีโอกาสจะลองให้ครบ)..เขาเคลมว่าเป็น Fine-dining ร้านแรกของประเทศอีกด้วย ที่ประทับใจจริงจังคือบริการดีมาก นิดามากินคนเดียว พนักงานแวะเวียนมาคุยมาทักทายตลอดเวลา รู้สึกอบอุ่นฟุดๆ

 

หน้าร้านเก๋มากคะ ดูลึกลับ (ชั้นมาถูกที่ป่าว) การจองก็ง่ายคะสามารถจองผ่านเวบของร้านได้เลย อยากเล่านิดนึง ตอนนั่งแท็กซี่ไปร้าน (ร้านอยู่ในซอยเล็กๆอีกที) เราบอกเขาว่าจอดหน้าปากซอยก็ได้เพราะมันเป็น one way เดินเข้าไปนิดเดียวเอง…เรื่องจริงกลัวค่าแท็กซี่555 เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะกดหยุดมิเตอร์ คิดเงินแค่นี้แหละ แต่เดี๋ยวไปอ้อมมาส่งหน้าร้านให้ บอกว่าเป็นผู้หญิงมาคนเดียวอันตราย ให้ระวังคนเมาด้วย…ประทับใจสิงคโปร์เลยอ่ะ

 

ร้านถือกำเนิดในปี 1994 จากคน 4 คน และหนึ่งในนั้นคือ เชฟ Sebastien Lepinoy  จึงไม่น่าแปลกใจในชื่อร้าน “Les Amis” = “เพื่อน” concept ของร้านเป็น Contemporary French Fine-Dining ปรุงอาหารโดยใช้เทคนิคของฝรั่งเศสแต่มีกลิ่นอายญี่ปุ่น วัตถุดิบกว่า 90%นำเข้าจากฝรั่งเศส

 

รางวัลเยอะจริงอ่ะ ช่วงกลางวันจะมีเมนูเซ็ทแบบด่วน ทาน 45 นาทีเสร็จ เกร๋กู๊ด (weekday lunch express menu $65) หรือจะเป็น lunch tasting menu formule lunch menu เลือกอาหารได้ 3 จานกับขนมหวาน 1 จาน $98

 

มากินช่วงร้านครบรอบ 20 ปีพอดี ใจจริงก็อยากลองกิน Chef’s table แต่ต้อง 6 คนขึ้นไป ไว้หาโอกาสใหม่ละกัน

 

สาวน้อยมาคนเดียวคะ

 

ปกติร้านมิชลินจะไม่รับแขกที่มาคนเดียวนะคะถ้าจะทานเป็นคอร์ส ดูง่ายๆอาหารที่เสิร์ฟมายังมา 2 เลย นิดาก็ไม่ทำให้คนไทยโดนว่าว่ากินทิ้งกินขว้างคะ กินมันหมดเลย….T-T ในรูปซ้ายมือจะเป็นแซลมอนโรล ส่วนแท่งๆตรงกลางคือเนื้อพันคอทเทจชีส

 

ขนมปังอุ่นๆ กินเพลินอร่อย…pastry chef ของร้านคือ Chef Cheryl Koh ที่เคยฝึกปรือฝีมือมาจาก Joel Robuchon และปี 2016 นี้เองเธอได้รับรางวัล Asia’Best Pastry Chef ด้วย ใครอยากทานแค่ขนมฝีมือเธออย่างเดียว ไปชิมได้ที่ร้าน Tarte ที่เปิดอยู่ใกล้ๆกัน

 

ชิ้นนี้มีแฮมซ่อนอยู่ หอมอร่อย

 

จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย เนยของเขานำเข้าจากโรงงานเนยที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสและเคลมว่าเป็นร้านเดียวของสิงคโปร์อีกด้วย ใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้เอาใจนิดาไปเลยคะ ใครอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเนย Le ponclet ลองเข้าเวบเขาดูนะคะบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เท่าที่นิดาอ่านมา เนยที่นี่จะไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ ไม่ใส่สารกันเสีย วัวที่ให้นมจะกินหญ้าที่ดีจากทุ่ง มีทั้งดอกไม้และสมุนไพร

 

ก้อนนี้ก็อร่อย

 

เมนูวันนี้คะ

 

จานแรกมาแล้วเมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้าน Caviar on angel hair เส้นแองเจิ้ลแฮร์เสิร์ฟเย็น น้ำซอสผสมสาหร่ายคอมบุและน่าจะเป็น vinegar ด้วย รสจะออกเปรี้ยวๆ ท้อปด้วยคาเวียร์และไวท์ทรัฟเฟิล หอมมากๆ Les Amis เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่ายเห็ดทรัฟเฟิลใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Plantin เห็ดที่นี่จะมีคุณภาพที่ดีและน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 80 g ต่อลูก

 

Seared scallops กับซอสเทอริยากิ ก่อนทานเขาบอกให้บีบมะนาวเล็กน้อย กัดไปหอมกลิ่นกระเทียมและพริกไทยด้วยคะ

 

Warm lobster rouelle จานนี้อุ่นจริงอย่างที่เขาบอก

 

กัดคำแรกหอมรสชาดทะเลมาเลย สาบานเหอะว่าไม่ได้เว่อร์ ข้างในอัดแน่นด้วยมูสกุ้ง lobster และ langoustine (กุ้งชนิดหนึ่ง ตัวไม่ใหญ่มากแต่มีก้ามเหมือนปูม้า เปลือกสีส้มอ่อน) อารมย์เหมือนกินกุ้งเผาและมันที่หัวของกุ้งแม่น้ำ ข้างนอกห่อด้วยผักโขมราดด้วยซอสกระดูกปลา นิดาชอบจานนี้เป็นพิเศษ

 

จานที่ 4 Pan roasted sea bass ปลาจากเมือง Saint-gilles-croix-de-vie ฝรั่งเศส และปรุงด้วย americanine sauce ที่เป็นซอสดั้งเดิมของฝรั่งเศส ประกอบด้วย หอมใหญ่ มะเขือเทศ ไวน์ขาว บรั่นดี เกลือ เนย น้ำสต๊อกปลา พริกไทย…น้ำซอสเข้มข้นมาก แต่นิดาผิดหวังกับหนังปลา นิดารู้สึกว่ามันคาว จานนี้เลยเฉยๆ

 

จานที่ 5 Cadoret oyster soup ซุปหอยนางรมย์จากบริทานี่ ฝรั่งเศสเสิร์ฟอุ่นๆ กับซอส asparagus veloute กัดที่หอยแล้วมีน้ำหอยไหลออกมา ฟินเว่อร์ อร่อยมากๆๆๆๆๆๆ

 

จานเมนเขาให้เลือกระหว่าง Roast duck และ Grilled venison นิดาขอเลือก venison คะ

 

เลือดยังอยู่ครบ เนื้อกวางนุ่มมากไม่มีกลิ่นสาปเลย มีรสของทรัฟเฟิล ราดด้วยซอส poivrade ที่ทำจากไวน์+วิเนก้า+หนักด้วยพริกไทย ส่วนของเคียงเป็น แอ๊ปเปิ้ลตุ๋นกับเปลือกส้ม ชอบคะจานนี้

 

จานที่ 8 สุดท้าย Ardeche chestnuts เปลือกกลมๆทำจากน้ำตาลคาราเมล หุ้มไอติมเกาลัด ทานกับเกาลัดปรุงหลายๆแบบ

 

ไอติมเกาลัด เกาลัดกวน อร่อยลืมตายคะ คือชอบมั่กๆๆๆๆๆๆ

 

ปิดท้ายด้วย petit three (ก็มาแค่ 3 อย่างอ่ะ) จากซ้าย mini canele , lemon madeleine, red wine jelly อร่อยนะคะ แต่กินไม่ไหวแล้ว เลยแอบเอาห่อใส่กระดาษกลับไปกินต่อที่รร.พรุ่งนี้ (ควรทำหรือไม่ไม่รู้ แต่เสียดายของอ่ะ)

 

ก่อนกลับขอแอบถ่ายไวน์เขานิดนึง แค่ส่วนเล็กๆยังดูอลังกาล จริงๆแล้วร้านนี้ได้รับรางวัลจาก Wine Spector Grand Award Winner 1 ใน 4 ของเอเชีย สุดท้ายนี้ถ้ามีโอกาสนิดาก็จะพาที่บ้านมาทานคะ ความอร่อยและบริการนิดาให้ 9/10 แต่ส่วนบรรยากาศ เนื่องจากพื้นที่จำกัด โต๊ะจะติดๆกัน เลยรู้สึกว่าไม่ elegance สักเท่าไหร่ คราวหน้าจะเป็นร้านไหน อาหารประเภทอะไร อดใจรออ่านกันต่อไปนะคะ บ๋ายบาย

Website : www.lesamis.com.sg
Opening hours : จ.-อา. Lunch 12.00 น. (Last seating at 13.45 น.)

                             จ.-พฤ Dinner 19.00 น. (Last seating at 21.00 น.)

                             ศ.-อา. Dinner 18.30 น. (Last seating at 21.00 น.)

Location: 1 Scotts Road, #01-16 Shaw Centre, Shaw Centre, Singapore
Google map: https://goo.gl/maps/CcP8QtnEkXB2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *